กำลังใจจากใจ

posted on 23 Mar 2012 22:20 by petitducky  in teenage
เจ้าของบล็อกเกิดปี 2537 ค่ะ 
ปีนี้ก็เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเด็กมัธยมปลาย
"การสอบเข้ามหาวิทยาลัย"
 
 
ช่วงนี้ก็เห็นเพื่อนๆเริ่มตั้งใจอ่านหนังสือกันแล้ว
บางคนใช้เวลาไปกับการเรียนพิเศษบ้าง กวดวิชาที่ตึกสูงใหญ่ใจกลางเมืองบ้าง
 
บางที่ทำให้รถติดยาวววเป็นชั่วโมงในตอนเช้า เพราะเด็กๆทั้งหลายจะวิ่งลุ๊กๆข้ามถนนกันเป็นพรวน
 
บางครั้งเราก็คิดว่า สิ่งที่เราและเพื่อนๆกำลังทำอยู่ มันมีแรง มีพลังมาจากไหนกันนะ
พลังที่ทำให้เราตื่นเช้าๆได้ในช่วงปิดเทอมแบบไม่มีบน (โอเคยอมแล้ว อิดออดนิดหน่อยก่อนลุก)
ออกมาเจอกับสภาพอากาศร้อน แบบสุดๆของเดือนมีนา-เมษา เจอบีทีเอสที่คนเยอะแบบปลากระป๋อง
ยืนเมื่อยเป็นชั่วโมงสำหรับคนที่ไกลบ้าน เพื่อเดินทางมากวดวิชา ที่ไม่ได้ไปเรียนแค่วิชาเดียว
 
บางคอร์สจัดตารางมาแบบเต็มวัน โอ้โฮแฮะ ชีวิตเด็กสมัยนี้เจอจอทีวี จอคอมพิวเตอร์มากกว่าหน้าพ่อแม่พี่น้อง
จริงๆนั่นแหละ ขอยอมรับว่าชีวิตของเด็กวัยรุ่นส่วนใหญ่เป็นอย่างนี้กัน
 
เวลาเรียนก็แสนจะยาวนาน บางวิชากินเวลาเป็นสองสามชั่วโมง พอได้พักบ้าง ร้านอาหารกลับเต็ม คนเยอะ ต้องรอนาน ที่สำคัญคือเรา หิวมาก! ส่วนใหญ่ลูกค้าก็เป็นเด็กที่เรียนกวดวิชานั่นแล พอดีว่าเลิกพร้อมกัน เที่ยงตรงเป๊ง การจราจรภายในร้านอาหารและศูนย์การค้าเลยแน่นขนัดไปด้วยลูกค้าวัยรุ่นเกือบทั้งนั้น 
 
พอกินเสร็จ เที่ยงครึ่ง ต้องรีบกลับไปเรียนต่อ บางคนเรียนต่อที่เดิม บางคนต้องวิ่งไปเรียนที่ใหม่ 
วงจรเป็นอย่างนี้ ซ้ำกันไปเกือบทุกวัน 
 
บางทีเราก็มานั่งคิดๆดูว่า
อะไรที่ทำให้เรามีพลังได้มากขนาดนี้นะ?
ตอนเด็กแค่เรานั่งๆนอนๆเรียน วิ่งเล่นกับเพื่อนแล้วกลับบ้าน
พอถึงบ้านยังเหนื่อยแทบแย่ บางคนรีบอาบน้ำแล้วนอนพัก
แต่ตอนนี้ วิถีชีวิตของหลายๆคนเปลี่ยนไป
 
บางคนออกจากบ้านแต่เช้า กลับมาถึงก็มืดค่ำ พอตกดึกนั่งอ่านหนังสือต่ออีก
หาแรงที่ไหนมาทำเนี้ย??????????????
 
วันนี้ตอนเรียนเอนคอนเซปต์ พี่แนนได้พูดถึงพี่คนนึงที่เป็นคนตาบอด แต่พี่เค้ามีความมุมานะ
พยายามมาก อดทนเพียรขยันจนสอบติดคณะที่ตัวเองหวัง แม้จะต้องพยายามมากกว่าคนอื่นเป็นพันๆเท่า
แม้พี่คนนั้นจะเสียความสามารถในการมองเห็นไป แต่พี่มีใจที่เข้มแข็งและมีพลังกว่าคนอื่นหลายร้อยเท่า
 
 
พอนั่งดูแล้วก็ย้อนกลับมาดูตัวเราว่า
บางครั้ง พลังก็เกิดขึ้นได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องไปมองหาจากที่ไหนเลย
บางคนไขว่คว้าหาแรงบันดาลใจจากทั่วโลก แต่หารู้ไม่ว่ากำลังใจที่ดีที่สุด มีพลังเปี่ยมล้น และมีประสิทธิภาพมากที่สุด
อยู่ในใจของเรานี่เอง 
 
ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่ากำลัง"ใจ" 
ถ้าเราไม่ค้นหามันจากใจเรา เราคงไม่มีวันมองเห็นจากที่อื่น 
 
เป็นกำลังใจให้ตัวเองและเพื่อนๆทุกคนที่อยู่ในสภาวะเดียวกัน
เราต้องผ่านมันไปให้ได้
ขอให้ได้เรียนรู้ว่าครั้งหนึ่งในชีวิต เรามีพลังที่จะทำสิ่งต่างๆที่แสนจะเหนื่อยยาก
เพื่อฝันของเรา
 
ขอบคุณพี่โจ้ วิทยากรพิเศษที่พี่แนนได้มาแบ่งปันเรื่องราวดีๆให้ทุกคนได้มีกำลังใจสู้ต่อไป
ขอบคุณพี่โจ้มากๆ ที่ทำให้เราได้ย้อนกลับมาดูตัวเอง ว่าในตอนนี้ เราได้ทำเต็มที่แล้วหรือยัง
ขอให้พี่โจ้มีกำลังใจที่เข้มแข็งอย่างนี้ เป็นกำลังใจให้พี่โจ้ค่ะ :)
 
เนื่องจากหารูปพี่โจ้จากเว็บเบราเซอร์ไม่ได้
จึงไม่มีรูปภาพมาแบ่งปันกัน จขบ ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

edit @ 23 Mar 2012 23:20:04 by petitducky

มุมมองแรกของกรุงปารีสที่เราจะได้เห็นคือสิ่งก่อสร้างอาคารต่างๆ
ที่สร้างสลับกับพื้นที่สีเขียวไปเรื่อยๆ
ซึ่งอาจารย์ได้อธิบายเพิ่มเติมว่า ที่เห็นเป็นแนวๆอย่างนี้ไม่ได้สร้างตามใจฉันนะจ๊ะ
เค้ามีโครงสร้างผังเมืองแบบสมบูรณ์ด้วย เรียกว่าผังเมืองแบบก้นหอย (comme un esgagot)
ซึ่งเจ้า esgagot (เอส-กา-โก้) ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน พี่หอยทากของเรานี่เอง
จากที่เห็นก็คงจะพอดูออกว่า มันกลมๆวนๆเหมือนพี่หอยทากในโฆษณาหลอดไฟจริงๆแฮะ
 
 
ในตัวกรุงปารีสเองได้แบ่งเขตการปกครองทั้งหมด 20 เขต (20 arrondissements) ด้วยกัน
โดยจะมีแม่น้ำแซนน์ (La Seine ลา-แซน) พาดกลาง ก็คือเส้นสีฟ้าๆ
แล้วส่วนใหญ่เขตที่ถูกแบ่งด้านบน จะเป็นส่วนของเมืองเก่า ที่ถูกจัดผังไว้แล้วอย่างเป็นระเบียบ
ส่วนสีเขียวๆทั้งสองข้างนั้นเป็นสวนสาธารณะหรือพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ที่จัดไว้ให้คนเมือง
ได้มาสูดอากาศดีๆกัน
 
ถัดจากหอไอเฟล (La Tour Eiffel ลา-ตูคร์-แอฟเฟล) ในเขตที่ 7 ก็จะเป็นเขตเมืองใหม่หรือย่านธุรกิจใหม่ของกรุงปารีส (La Défense ลา-เด-ฟ๊อง) โดยจะมีสัญลักษณ์คือประตูชัยใหม่
(La grande arche de la Défense)

 
ซึ่งเจ้าประตูชัยที่สร้างใหม่นี้เปรียบเสมือนตัวแทนของฝั่งเมืองใหม่
แล้วเขตเมืองเก่าล่ะ มีอะไรเป็นสัญลักษณ์น้อ ?
 
ขอตอบค่ะ! (เลียนแบบแฟนพันธุ์แท้ >
สัญลักษณ์ของเขตเมืองเก่าของกรุงปารีสคือประตูชัย
(L'Arc De Triomphe ล๊าค-เดอ-ทริ-ย๊อมป์) นั่นเอง
 

 
ถ้าสังเกตุดูสถาปัตย์กรรมรูปปั้นรูปสลักด้านข้าง จะบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับวีรกรรมอันกล้าหาญของนายพลนโปเลียนโบนาปาร์ต หรือกษัตริย์นโปเลียนอันโดงดังที่ไปตีเมืองต่างๆให้ยอมสยบแก่ฝรั่งเศสได้
 

 
ซึ่งประตูชัยแห่งฝรั่งเศสไม่ได้มีความพิเศษเพียงแค่นั้น ในสมัยที่นโปเลียนสถาปนาตนขึ้นเป็นกษัตริย์แล้วจึงเกิดความคิดว่า เมื่อชนชาติอื่นเดินทางเข้ามาในกรุงปารีสจักต้องสยบและรับทราบถึงความยิ่งใหญ่ของตน จึงจัดให้มีการสร้างประตูชัยขึ้น (พอตัวเองได้มาอ่านซ้ำถึงร้องอ๋อ ประตูชัย = ประตูแห่งชัยชนะของนโปเลียน) ซึ่งประตูชัยถูกสร้างขึ้นกลางถนนที่มีการจราจรคับคั่งที่สุดในกรุงปารีส (อารมณ์ประมาณอนุเสาวรีย์ชัย) แต่ยิ่งใหญ่กว่านั้นเพราะประตูชัยเป็นจุดศูนย์กลางของถนนทั้ง 9 สายที่มาบรรจบกันตรงประตูชัยพอดี!
 
 
 
 
โอ๊สสสสสสสสส เท่ากับว่าในสมัยก่อนถ้ามีคนเข้ากรุงปารีสมาไม่ว่าจะทางใดและจะไปไหนก็ตาม ยังไงก็จะต้องเวียนมาเจอประตูชัยที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่ของนโปเลียนอยู่ดี สุดยอด! 
 
แต่ความยิ่งใหญ่ของปารีสไม่ได้มีแค่นี้นะจ๊ะ 
นอกจากผังเมืองที่มีการจัดวางอย่างสวยงามแล้ว สถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้างก็สวยงามไม่แพ้กัน
 

 
เท่าที่เห็นคือตึกต่างๆในกรุงปารีสจะมีความโค้งเว้าสวยงามและมีกลิ่นอายของศิลปะยุคเรอเนสซองต์ (Renaissance) อยู่ทุกหนทุกแห่ง ซึ่งคำว่าเรอเนสซองต์แปลว่าการเกิดใหม่ ศิลปะยุคนี้ได้เกิดขึ้นหลังจากยุคกลางที่คนไม่สนใจในศิลปะเลย ยุคเรอเนสซองต์จึงนำเอาศิลปะจากยุคกรีกซึ่งมีความสวยงามมากมาประยุกต์ร่วมกับสิ่งก่อสร้างในยุคนั้นทำให้ตึกที่ดูแข็งกระด้างเกิดความสวยงามขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ เหมือนเราได้เห็นตึกและปราสาทไปพร้อมๆกันยังไงยังนั้น
 
 

 

 
แล้วที่น่าสนใจมากกกกก็คือ เค้าไม่ได้เก็บตึกสวยๆเหล่านี้ไว้เป็นโบราณสถานเฉยๆนะ ตึกทั่วไปที่เราเห็นในกรุงปารีสเป็นตึกทีใช้งานได้เกือบทั้งหมดโดยทางรัฐจะช่วยในการบูรณะซ่อมแซมเป็นประจำทุกปี เลยมีตึกสวยๆแบบยุคเรอเนสซองต์ของแท้ที่ทำให้กรุงปารีสติดอันดับเมืองที่สวยและโรแมนติกที่สุดในโลกเกือบทุกปีนั่นเอง
 
 
ครั้งหน้าจะพาชมโบสถ์และวิหารในกรุงปารีสกันค่ะ :)






 

edit @ 19 Mar 2012 00:15:20 by petitducky

edit @ 19 Mar 2012 00:15:35 by petitducky

Bonjour tout le monde 
(บง-ชู๊-ตุ๊-เลอ-มง)
 
 
เอ้า ใคร(เคย)เรียนภาษาฝรั่งเศส ขอเสียงหน่อยค่าาาาาาาาาาาา
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.

(เงียบฉี่)
 
-_-'
 
เออะ โอเค เล่นเองตบเองก็ได้
 
หลังจากที่หายหน้าหายตาไปทำภารกิจอันแสนจะโหดหิน
สำหรับเด็กมอปลาย (ซัมมาทีฟ ไฟนอล รายงานและบันทึกการอ่าน)
สำหรับตอนนี้ก็พอมีเวลาว่างในช่วงปิดเทอมในการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
 
นั่นคือ
.
.
.
.
.
.
.
อัพบล็อกนั่นเองค่าาาาาาาาาาาา
(เงียบฉี่เกรียวกราว)
 
 
ในฐานะที่เป็นนักเรียนปัจจุบันของสายศิลป์-ฝรั่งเศส
โรงเรียน x x x แห่งหนึ่งย่านปทุมวัน
ขอนำเสนอบล็อกนำเที่ยวแบบฉบับเด็กสายศิลป์
ที่จะนำความรู้ทั้งหมดทั้งมวลที่มาดามและมาดมัวแซลล์แสนสวย *0*
ได้สั่งสอนมาผ่านทางรูปภาพสถานที่ต่างๆทั้งแบบส่วนตัวและสูบมา
โดยจะพยายามแทรกความรู้ด้านวัฒนธรรมและภาษาสอดแทรกเป็นระยะๆ
เกี่ยวกับเมืองหลวงแห่งแดนน้ำหอมแสนโรแมนติก
นั่นคือ
 

กรุงปารีส
หรือเรียกอย่างฮิโซว่า

 "PARIS"
(ปา-ครี)
 

 
 
ขอเชิญมิตรรักแฟนบล็อกทุกท่านร่วมเป็นเกียรติ
ในการเดินทางในครั้งนี้ด้วยค่ะ
:)
 


 

edit @ 18 Mar 2012 21:43:44 by petitducky